คำศัพท์สำคัญในงานขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ อ่าน Bill of Lading ให้เข้าใจ

5158 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Header Banner Marine

คำศัพท์สำคัญในงานขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ อ่าน Bill of Lading ให้เข้าใจ
การนำเข้าและส่งออกสินค้าไม่ได้มีเพียงเรื่องราคาสินค้า ค่าขนส่ง และกำหนดส่งมอบเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเอกสารหลายประเภทที่ใช้ระบุผู้ส่ง ผู้รับสินค้า เส้นทางขนส่ง รายละเอียดสินค้า และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในเอกสารสำคัญของการขนส่งทางทะเลคือ Bill of Lading หรือ B/L ซึ่งโดยทั่วไปทำหน้าที่เป็นหลักฐานการรับสินค้า หลักฐานของสัญญารับขน และในกรณีที่เป็นใบตราส่งชนิดโอนได้ อาจใช้เป็นเอกสารสิทธิในสินค้าได้ด้วย

การอ่าน Bill of Lading ให้เข้าใจจึงช่วยให้ผู้ประกอบการตรวจสอบข้อมูลการขนส่ง วางแผนประกันภัย Marine Cargo และเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้องมากขึ้น
เอกสารสำคัญที่ใช้ประกอบการประกันภัยขนส่งสินค้า
เอกสารที่มักใช้ประกอบการพิจารณาประกันภัยขนส่งสินค้า ได้แก่

1. Bill of Lading: B/L
ใบตราส่งสินค้าทางทะเล แสดงรายละเอียดผู้ส่ง ผู้รับ สินค้า เรือ ท่าเรือต้นทาง ท่าเรือปลายทาง และข้อมูลการขนส่ง

2. Air Waybill: AWB
เอกสารรับขนสินค้าทางอากาศ แสดงรายละเอียดเที่ยวบิน ผู้ส่ง ผู้รับ และข้อมูลสินค้า

3. Commercial Invoice
ใบกำกับราคาสินค้า แสดงชื่อสินค้า จำนวน ราคาซื้อขาย และมูลค่ารวม

4. Packing List
เอกสารแสดงจำนวนหีบห่อ น้ำหนัก ขนาด วิธีบรรจุ และรายละเอียดสินค้า

5. Letter of Credit: L/C
เอกสารเกี่ยวกับการชำระเงินผ่านธนาคาร ในกรณีที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงใช้เงื่อนไข Letter of Credit

6. Marine Cargo Application Form
แบบคำขอเอาประกันภัยที่ใช้แจ้งประเภทสินค้า มูลค่า เส้นทาง รูปแบบการขนส่ง และเงื่อนไขความคุ้มครองที่ต้องการ

เอกสารที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้า เส้นทาง วิธีการขนส่ง และหลักเกณฑ์ของบริษัทประกันภัย
คำศัพท์สำคัญใน Bill of Lading
Bill of Lading มักแสดงข้อมูลเกี่ยวกับคู่สัญญา รายละเอียดสินค้า น้ำหนัก จำนวนหีบห่อ ท่าเรือต้นทาง ท่าเรือปลายทาง และเงื่อนไขค่าระวาง

1. บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Shipper
ผู้ส่งสินค้า หรือผู้ที่ทำสัญญากับผู้ขนส่งเพื่อให้ดำเนินการขนส่งสินค้า

Consignee
ผู้รับสินค้าที่ระบุไว้ใน Bill of Lading และมีหน้าที่รับสินค้าที่ปลายทาง

Notify Party
บุคคลหรือบริษัทที่ผู้ขนส่งต้องแจ้งเมื่อสินค้าเดินทางถึงปลายทาง โดยอาจเป็นคนละรายกับ Consignee

Carrier
ผู้รับขนส่งสินค้าตามสัญญา เช่น สายเรือหรือผู้ประกอบการขนส่ง

Freight Forwarder
ผู้ให้บริการจัดการและประสานงานการขนส่งระหว่างผู้ส่งสินค้า สายเรือ ท่าเรือ ศุลกากร และผู้เกี่ยวข้อง

Agent at Destination
ตัวแทนหรือผู้ประสานงานของผู้ขนส่ง ณ เมืองหรือประเทศปลายทาง
 
เส้นทางและเรือขนส่ง


Place of Receipt
สถานที่ที่ผู้ขนส่งรับสินค้าเข้าสู่กระบวนการขนส่ง

Pre-carriage
การขนส่งช่วงแรกก่อนนำสินค้าไปขึ้นเรือหลัก เช่น การขนส่งด้วยรถบรรทุกหรือเรือลำเล็ก

Feeder Vessel
เรือลำเล็กที่ใช้ขนส่งสินค้าจากท่าเรือย่อยไปยังท่าเรือหลักหรือเรือหลัก

Mother Vessel
เรือหลักที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไปยังท่าเรือปลายทาง

Voyage Number: Voy. No.
หมายเลขเที่ยวเรือ ใช้ระบุการเดินทางของเรือในแต่ละเที่ยว

Port of Loading
ท่าเรือที่นำสินค้าขึ้นเรือเพื่อเริ่มการขนส่งทางทะเล

Port of Discharge
ท่าเรือที่นำสินค้าลงจากเรือ ณ ประเทศหรือเมืองปลายทาง

Place of Delivery
สถานที่ส่งมอบสินค้าปลายทางตามที่ระบุในเอกสารขนส่ง

Transshipment
การถ่ายสินค้าจากเรือลำหนึ่งไปยังเรืออีกลำหนึ่งระหว่างเส้นทาง

รายละเอียดสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์
Marks and Numbers
เครื่องหมายและหมายเลขที่ใช้ระบุสินค้า หีบห่อ หรือลังสินค้า

Number and Kind of Packages
จำนวนและประเภทของบรรจุภัณฑ์ เช่น กล่อง ลัง ถุง พาเลต หรือม้วน

Description of Goods
รายละเอียดหรือประเภทของสินค้าที่ทำการขนส่ง

Gross Weight
น้ำหนักรวมของสินค้าและบรรจุภัณฑ์

Measurement
ปริมาตรหรือขนาดรวมของสินค้า ซึ่งอาจใช้ประกอบการคำนวณค่าระวาง

Container Number
หมายเลขประจำตู้คอนเทนเนอร์ ใช้ระบุและติดตามตู้สินค้าตลอดเส้นทาง

Seal Number
หมายเลขซีลที่ใช้ปิดตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อช่วยตรวจสอบความเรียบร้อยของตู้สินค้า
รายละเอียดในใบตราส่งสินค้า
Bill of Lading Number
เลขที่ใบตราส่งสินค้า ใช้เป็นหมายเลขอ้างอิงในการติดตามและตรวจสอบเอกสาร

Freight and Charges
ค่าระวางและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง

Freight Payable At
สถานที่หรือจุดที่ต้องชำระค่าระวางสินค้า

Number of Original B/L
จำนวนต้นฉบับ Bill of Lading ที่ออกให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง

Place of Issue
สถานที่ออกใบตราส่งสินค้า

Date of Issue
วันที่ออกใบตราส่งสินค้า

On Board Date
วันที่สินค้าถูกนำขึ้นเรือ ซึ่งใช้ตรวจสอบช่วงเวลาการขนส่ง

Signature
ลายมือชื่อของผู้ขนส่ง ตัวแทนสายเรือ หรือผู้มีอำนาจออกใบตราส่งสินค้า

คำศัพท์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับประกันภัยอย่างไร
ข้อมูลใน Bill of Lading ช่วยให้นายหน้าประกันภัยและบริษัทประกันภัยตรวจสอบรายละเอียดสำคัญ ได้แก่

  • ผู้ส่งและผู้รับสินค้า
  • ประเภทและจำนวนสินค้า
  • ต้นทางและปลายทาง
  • เรือและท่าเรือที่ใช้ขนส่ง
  • วันที่นำสินค้าขึ้นเรือ
  • จำนวนหีบห่อ น้ำหนัก และลักษณะบรรจุภัณฑ์
  • หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์และหมายเลขซีล
  • การถ่ายลำหรือเปลี่ยนเรือระหว่างทาง

ข้อมูลดังกล่าวควรสอดคล้องกับ Commercial Invoice, Packing List, แบบคำขอเอาประกันภัย และรายละเอียดที่ระบุในกรมธรรม์
เมื่อเกิดความสูญเสียหรือเสียหาย เอกสารการค้าและเอกสารขนส่งอาจใช้ประกอบการตรวจสอบว่า สินค้าใดได้รับความเสียหาย เหตุเกิดขึ้นในช่วงใด และอยู่ภายในระยะเวลาคุ้มครองหรือไม่

Bill of Lading และ Incoterms ต่างกันอย่างไร
Bill of Lading เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการรับขนสินค้า รายละเอียดสินค้า และเส้นทางการขนส่ง

ส่วน Incoterms® เป็นกติกาที่ใช้แบ่งหน้าที่ ค่าใช้จ่าย จุดส่งมอบ และจุดโอนความเสี่ยงระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ โดย Incoterms® 2020 มีทั้งหมด 11 เงื่อนไข

ดังนั้น การมี Bill of Lading เพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าใครเป็นผู้รับความเสี่ยงหรือใครมีหน้าที่จัดทำประกันภัย ต้องตรวจสอบ Incoterms และสัญญาซื้อขายประกอบกันด้วย

ตรวจสอบข้อมูลก่อนจัดประกันภัย Marine Cargo
ก่อนจัดทำประกันภัยขนส่งสินค้า ควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้ให้ชัดเจน

  • ประเภทและลักษณะของสินค้า
  • มูลค่าสินค้าและทุนประกันภัย
  • วิธีการบรรจุหีบห่อ
  • ต้นทางและปลายทาง
  • รูปแบบการขนส่ง
  • Incoterms ที่ใช้ในการซื้อขาย
  • วันที่เริ่มขนส่ง
  • เรือ เที่ยวเรือ และท่าเรือที่เกี่ยวข้อง
  • การถ่ายลำหรือเปลี่ยนพาหนะระหว่างทาง
  • เงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้น

ข้อมูลที่ครบถ้วนช่วยให้การพิจารณาความเสี่ยง การกำหนดเงื่อนไข และการจัดทำารณาความเสี่ยง การกำหนดเงื่อนไข และการจัดทำเอกสารประกันภัยมีความถูกต้องมากขึ้น

บทสรุป การอ่าน Bill of Lading ให้เข้าใจ ไม่ใช่เพียงการแปลคำศัพท์ภาษาอังกฤษ แต่คือการทำความเข้าใจว่าใครเกี่ยวข้องกับสินค้า สินค้าเดินทางจากที่ใดไปที่ใด ใช้เรือและตู้สินค้าใด และอยู่ในช่วงความเสี่ยงของฝ่ายใดยิ่งข้อมูลชัดเจนมากเท่าไร การจัดทำประกันภัย การตรวจสอบความคุ้มครอง และการดำเนินการเมื่อเกิดความเสียหายก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเอกสารที่ชัดเจน ทำให้เราเห็นทั้งเส้นทางสินค้า และเส้นทางของความเสี่ยงInsure Insure Minute | @Asinlife  เตรียมพร้อม…ในวันที่ไม่พร้อม

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้